วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

ตะลอนทัวร์ น้ำตกและภูเขา จังหวัดตาก
“ ธรรมชาติน่ายล ภูมิพลเขื่อนใหญ่ พระเจ้าตากเกรียงไกร เมืองไม้และป่างาม 
สวัสดีค่ะ ทุกๆท่าน วันนี้ดิฉันจะมาชวนทุกท่านไปเที่ยวกันคะ ว่าแต่เราจะไปเที่ยวที่ไหนกันดีละค่ะ  ถ้าจะให้พูดถึงการท่องเที่ยว ดิฉันก็เคยไปมาหลายที่นะค่ะ มีทั้งที่ที่ถูกใจและที่ที่ไม่ถูกใจ ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนี้เนอะ แต่ถ้าจะให้ดิฉันแนะนำละก็นะ ก็คงไม่พ่นภูมิลำนำถิ่นฐานบ้านเกิดของดิฉันแน่นอนคะ ที่ที่ดิฉันจะชวนทุกคนไปเที่ยวก็คือจังหวัดตากนั้นเองคะ





เมืองตาก  เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง มีชื่อเดิมว่า  เมืองระแหง ” ในอดีตเป็นเมืองที่มีชาวมอญอาศัยอยู่มาก่อน ดังมีหลักฐานศิลปะมอญปรากฏอยู่ ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านตาก เมืองนี้สร้างขึ้นก่อนสมัยกรุงสุโขทัยเป็น ราชธานี ต่อมาเมื่อได้สถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแล้ว เมืองตากมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญด้านฝั่งตะวันตก และยังเป็นเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับพระมหาราชในอดีตถึง 4 พระองค์ ที่เสด็จมาชุมนุมกองทัพ ณ ดินแดนเมืองตากแห่งนี้ ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายตัวเมืองตากจากฝั่งขวา ของแม่น้ำปิง มายังฝั่งซ้ายบริเวณตำบลบ้านระแหงจนกระทั่งทุกวันนี้
จังหวัดตาก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 426 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 10,254,156 ไร่ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็น ภูเขา และป่าไม้ เป็นจังหวัดที่มีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่ยังคงความสมบูรณ์ของป่า และธรรมชาติ อาทิ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช อุทยานแห่งชาติแม่เมย อุทยานแห่งชาติลานสาง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ตลอดจนมีน้ำตกที่ นักท่องเที่ยวรักการผจญภัย และนิยมการล่องแก่งต้องมาเยือนสักครั้ง คือ น้ำตกทีลอซู และน้ำตกทีลอเร นอกจากความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ยังเป็นจังหวัดที่มีผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อทั้งดอกไม้ และผลไม้ โดยเฉพาะทับทิม ซึ่งเป็นพันธุ์ ที่มีผลใหญ่ และกำลังได้รับความนิยมมาก
                       



ทุกท่านคงรู้มาบ้างแล้วนะค่ะว่า จังหวัดตาก นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก แต่ว่าวันนี้ดิฉันจะพาทุกท่าน ไปชมธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดตากกันนะค่ะ รับรองเลยว่าทุกท่านต้องพอใจกันเป็นแน่ เพราะที่ที่ดิฉันจะพาทุกท่าไปก็คือสุดยอดน้ำตกที่สวยและเย็นฉ่ำติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ว่าแล้วก็ไปกระโดดน้ำกันเลย ที่น้ำตกทีลอซู


น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก
น้ำตกทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า "น้ำตกดำ" แต่เดิมชาวกะเหรี่ยงเรียกน้ำตกนี้ว่า น้ำตกทีลอชู ที่แปลว่า น้ำตกที่ยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ห่างจากที่ทำการเขตฯ 1.5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 900 เมตร เกิดจากลำน้ำห้วยกล้อท้อทั้งสาย ที่ไหลแผ่ปกคลุมพื้นที่หน้าผากว้างกว่า 500 เมตร ก่อนที่จะทะยานลงสู่หน้าผาสูงชันลดหลั่นเป็นชั้นๆ สูงกว่า 300 เมตร เสียงดังกึกก้องบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่จนชาวกะเหรี่ยงให้สมญานามว่า น้ำตกทีลอชู (น้ำตกใหญ่) รายล้อมไปด้วยป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีความยิ่งใหญ่และสวยที่สุดในเมืองไทย น้ำใสสะอาด ฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุด การเดินเที่ยวชมน้ำตกแต่ละชั้นต้องเดินผ่านสายน้ำขึ้นไป จึงควรใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
ปัจจุบัน น้ำตกทีลอซู อยู่ในพื้นที่การดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง น้ำตกทีลอซูไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ เป็นเพียงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งมีกฎระเบียบการเข้าไปในพื้นที่เคร่งครัด จุดประสงค์เพื่อปกป้องป่าไว้ไม่ให้ถูกทำลายจากมนุษย์นั่นเอง




แต่ก่อนการเดินทางเข้าไปยากลำบาก ต้องล่องแพไม้ไผ่เข้าไปจนถึงจุดหนึ่งซึ่งต้องขึ้นบกและเดินเท้าเข้าไป ซึ่งเดี๋ยวนี้เค้ามีถนนดินตัดเข้าไปให้แล้ว แต่ถนนเข้าน้ำตกทีลอซูจะถูกปิดในช่วงฤดูฝนและจะเปิดให้เข้าอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน การเข้าไปชมน้ำตกไม่สามารถนำอาหาร ขนม และขวดน้ำเข้าไปได้นะค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่นำติดตัวไปจะต้องฝากไว้ที่จุดตรวจ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้น้ำตกทีลอซูยังคงสะอาดปราศจากขยะได้จนถึงทุกวันนี้


การล่องแพยังเป็นการเดินทางที่เป็นอมตะสำหรับการเดินทางในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เริ่มฤดูฝนไปจนถึง 1 พฤศจิกายน เส้นทางเข้าทีลอซูถูกปิด การเดินทางเดียวที่ทำได้คือการล่องแพ แต่ก่อนใช้แพไม้ไผ่แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้เรือยางลำใหญ่ปลอดภัยกว่าและยังเป็นการอนุรักษ์ จากตัวเมืองอุ้มผางจะต้องลงเรือยางล่องมาตามลำน้ำแม่กลอง ผ่านบ่อน้ำร้อนและแก่งต่างๆ ตลอดเส้นทางที่ล่องเรือผ่านมีทัศนียภาพที่สวยงามและยังคงเป็นธรรมชาติมากๆ เมื่อล่องมาถึงครึ่งทางนักท่องเที่ยวก็จะได้เห็นความสวยงามของน้ำตกทีลอจ่อที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงลงสู่ลำน้ำแม่กลอง ถัดจากนั้นมาไม่ไกลก็จะผ่านน้ำตกสายรุ้ง หากเดินทางไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็จะเห็นรุ้งกินน้ำที่เกิดจากแสงที่ตกกระทบกับละลองน้ำของสายน้ำตก นอกจากนี้ยังมีน้ำตกริมทางให้ได้หยุดแวะเล่นน้ำกันอีกด้วย

                        


ะยะเวลาสำหรับการล่องเรือยางประมาณ 3-4 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับความแรงของกระแสน้ำในแต่ละช่วงเวลา เมื่อขึ้นจากเรือยางจะต้องเดินเท้าต่อไปยังจุดกางเต็นท์พักแรมที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ประมาณ 1 กิโลเมตรแรกเป็นเส้นทางเดินผ่านป่า ช่วงที่เหลือเป็นถนนลูกรังอัดแน่น สภาพเส้นทางมีขึ้นเนินเป็นบางช่วงโดยเฉพาะช่วงแรกๆ จะเป็นการเดินขึ้นเนินเป็นส่วนใหญ่ ช่วงกลางและท้ายจะเป็นทางลงเนิน วันถัดมาจึงจะได้ชื่นชมกับความงามของน้ำตกทีลอซู ตอนเดินทางกลับก็จะต้องเดินย้อนกลับมาตามเส้นทางเดิมเพื่อกลับมาลงเรือยางล่องต่อไปยังจุดที่ลำน้ำบรรจบกับถนน แล้วขึ้นรถกลับสู่ที่พัก



              สำหรับการเดินทาง  ในช่วงเวลาที่ถนนเปิดให้รถเข้าจะมีการเดินทางเป็น 2 แบบ ส่วนใหญ่จะนิยมล่องเรือยางไปยังจุดที่ขึ้นบก จากนั้นก็ขึ้นรถต่อไปยังจุดกางเต็นท์ ขากลับก็นั่งรถกลับตรงไปยังที่พักในตัวเมืองอุ้มผางแบบสบายๆ ไม่ต้องเดินครับ ส่วนอีกแบบหนึ่งสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยและนิยมประหยัด คือการขับรถรวดเดียวจากตัวเมืองอุ้มผางไปยังจุดกางเต็นท์ จากนั้นเดินเท้าเข้าไปเที่ยวน้ำตกแล้วขับรถกลับได้เลยถึงแม้ช่วงเวลานั้นเส้นทางจะเปิด นักท่องเที่ยวก็สามารถนั่งรถเข้าไปได้ แต่การล่องเรือยางเป็นการเดินทางที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมากที่สุดเกือบ 99% ทั้งนี้เพราะการล่องเรือยางเป็นรสชาติของการเดินทางไปน้ำตกทีลอซู เหมือนการเดินทางในรุ่นแรกเริ่ม และนักท่องเที่ยวยังได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามของบรรยากาศป่าเขาริมทาง จึงเรียกได้ว่าเป็นการเดินทางที่คุ้มค่ามากๆเลยล่ะคะ ด้านการเดินทางไปอุ้มผาง จากกรุงเทพฯ ให้วิ่งไปตามเส้นทางถนนสายเอเชียมุ่งสู่ตาก แต่ยังไม่ถึงตากเจอแยกซ้ายไปแม่สอด เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 105 ไปจนถึงตัวเมืองแม่สอดให้แยกซ้ายไปอุ้มผาง ตามทางหลวงหมายเลข 1090 สุดทางสาย 1090 ที่อุ้มผาง


ส้นทางจากแม่สอดไปอุ้มผาง เป็นเส้นทางลอยฟ้า ระยะทางรวม 169 กม. มีโค้ง 1219 โค้ง เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางแม่ฮ่องสอน 349 กม. 1800 โค้ง จะเห็นว่าสายอุ้มผางไม่ธรรมดา เป็นเส้นทางที่ต้องใช้ความชำนาญและความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษด้วยนะค่ะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง         
2.   http://travel.sanook.com/951012